โหลดแบบฟอร์ม - ค้นหา

  เอกสารเกี่ยวกับบริษัท





  thei office

การสร้างคุณค่าธุรกิจสมัยใหม่


กระบวนการสร้างคุณค่า Value Creation Process การเงิน

 

สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน ของธุรกิจยุคปัจจุบัน
    ที่เต็มไปด้วยทั้งจากคู่แข่งขัน ภายในและภายนอกประเทศ ที่ต่างก็แข่งขันกัน ในการตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภค ให้ดีกว่า เร็วกว่า ในต้นทุนและราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน
      ผู้บริโภคยุคนี้จึงมีโอกาสและอำนาจที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดจากคู่แข่งขัน จำนวนมาก การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นเท่าใด ผู้บริโภคก็ยิ่งมีความคาดหวังสูงขึ้น ถ้าสินค้าหรือบริการใดที่ผู้บริโภคซื้อไปแล้วรู้สึกพอใจว่าได้รับประโยชน์ หรือคุณค่า คุ้มกับเงินที่จ่ายไป เรียกว่า สินค้าหรือบริการนั้นมีคุณค่าต่อผู้บริโภค (Customer Value) และความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) ก็จะเกิด
      การทำธุรกิจสมัยใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าสม่ำเสมอ ไม่ต้องคำนึงว่าเป็นลูกค้ารายเล็กหรือรายใหญ่ การรักษาลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าต้องทำต่อเนื่อง หลักการตลาดสมัยใหม่ (Modern Marketing) จึงเน้นกำไรที่เกิดขึ้นจากความพึงพอใจของผู้บริโภค (Profits through Customer Satisfaction)ความพยายามตอบสนองให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด จึงเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ แม้ว่าการกระทำดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มต้นทุนแต่ในระยะยาวผลที่ได้ย่อมคุ้มค่า  เมื่อลูกค้าพึงพอใจจะเป็นลูกค้าที่จงรักภักดี (Loyalty Customer) ทำให้ธุรกิจเกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัท (Corporate Image) อีกด้วย   คำถามก็คือว่า จะทำอย่างไรให้ธุรกิจเกิดกลยุทธ์ที่ดี และแตกต่าง ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
      คำตอบคือ ธุรกิจต้องสร้างกระบวนการภายใน ให้สามารถทำหน้าที่สร้างสรรค์คุณค่า (Value Creation) ให้เกิดขึ้นในสายตาของผู้ที่มาติดต่อ ไม่ว่าธุรกิจจะทำอะไรก็ตามต้องสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริโภคจะมีทุนอยู่ในตัวอยู่ 4 อย่าง คือ

        1.ทุนการเงิน เมื่อลูกค้าเข้ามาทำธุรกรรมภายในธุรกิจ และซื้อสินค้าหรือบริการ จ่ายเงินไปจำนวนหนึ่ง แล้วบอกว่า คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไป

        2.ทุนเวลา ก็คือเสียเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง กว่าจะไปถึงรถก็ติด หาที่จอดรถยาก แต่พอได้ใช้บริการที่บริษัท ปรากฏว่ารวดเร็วทันใจถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

        3.ทุนความพยายาม การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท ทำให้ลูกค้าไม่ต้องแสวงหาอย่างยากลำบาก หรือหาได้จากแหล่งต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย แสดงว่าคุ้มกับความพยายาม

        4.ทุนจิตใจ สินค้าหรือบริการที่บริษัทส่งมอบแก่ลูกค้า ทำให้ลูกค้าประทับใจ และภูมิใจที่ได้ครอบครอง เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของบริษัท

        หากต้องสร้างธุรกิจขึ้นมา ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่ให้กับลูกค้า ต้องคุ้มกับต้นทุนชีวิตเขา 4 อย่าง   ทุกหน่วยงานต้องไม่คิดว่านี่ก็แค่การค้าขาย ต้องเปลี่ยนแนวคิดเป็นการสร้างสรรค์คุณค่าให้กับลูกค้า  ต้องคิดว่าต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเมื่อมาติดต่อกับบริษัทแล้วได้คุณค่า อะไรกลับไป แล้วต้องเป็นคุณค่าที่ "คุ้ม" กับสิ่งที่ต้องสูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นเงิน เวลา ความพยายาม หรือสภาพจิตใจ   อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจหลายแห่งเน้นเรื่องคุณค่า เฉพาะสิ่งที่จับต้องได้ เช่น บริษัทนี้ขายกระเป๋าสวย ก็มีคุณค่า บริษัทนั้นขายสร้อยทองคุณภาพดี ก็มีคุณค่า

        คุณค่า (Value) มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าดีก็เป็นหนึ่งคุณค่า คุณภาพดีก็เป็นหนึ่งคุณค่า สินค้ามีภาพพจน์ดี ก็มีคุณค่า สินค้าหาซื้อง่ายก็มีคุณค่า   แต่การสร้าง Value Creation ในองค์กรยุคนี้ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว แต่ความรู้สึกพึงพอใจ ความรู้สึกภาคภูมิใจ ก็เป็นคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ด้วย   ผู้บริหารต้องถามตัวเองว่า จะสร้างคุณค่า (Value) จากอะไร ในการต่อสู้กันระหว่างธุรกิจ แต่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจนั้นมีชัยชนะก็คือคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ เพราะคุณค่าที่จับต้องได้นั้นแข่งกันไม่ยาก  เช่น ธุรกิจโรงแรมมีสปาและสถาบันลดน้ำหนักเป็นจุดขายดึงดูดให้ลูกค้านิยมมากขึ้น เรื่อย ๆ ไม่นานทุกโรงแรม ก็ต้องมีสปา และสถาบันลดน้ำหนักเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าสปาและสถาบันลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่ความมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้  คุณค่ายิ่งจับต้องไม่ได้ยิ่งมีความสำคัญ ฉะนั้นอย่ามัวแต่มองสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น  และในการสร้างคุณค่า กระบวนทัศน์ของธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างไม่ผิด พลาด ซึ่งสิ่งที่ธุรกิจต้องพึงปฏิบัติคือ

        1. เน้นลูกค้าเป็นหลัก (Consumer Centric) เรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าต้องการและจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมาสนองความต้องการ

        2. โฟกัสที่คุณค่าของลูกค้าและความต้องการของลูกค้า โดยพัฒนาตราสินค้า (Brand) แสวงหาคุณค่าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความพอใจแก่ลูกค้า

       3. พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความนิยมของลูกค้า ซึ่งอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้

      4. พัฒนาและจัดการตัวชี้วัดทางการตลาด (Marketing Scorecard) มากกว่าใช้ตัวชี้วัดทางการเงิน (Finance Scorecard) เช่น การเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่มีเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

      5. พยายามทำกำไรจากช่วงชีวิตของลูกค้า (Customer Lifetime Value) คือ การส่งมอบคุณค่าระยะยาว และสร้างลูกค้าที่จงรักภักดี ให้อยู่กับบริษัทได้นาน ๆ โฟกัสการขยายการแบ่งส่วนลูกค้าของบริษัท

      นอกจากนั้นยังต้องเพิ่มการใช้ส่วนประสมทางการตลาดที่มากขึ้น (The Marketing Mix is not enough) โดยใช้รูปแบบของการสร้างคุณค่าอย่างถูกวิธี เช่น

      1.Value Focus ทำอะไรให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน
            ดูว่าลูกค้าเลือกซื้อกับบริษัทเพราะอะไร จากนั้นต้องสร้างความแตกต่างในจุดที่คนอื่นให้ความสำคัญ ถ้าจะลดต้นทุนต้องคำนึงว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นหรือไม่ มิฉะนั้น ลูกค้าจะจากไป   การบริหารงานภายใต้วิกฤติที่ต้องมีคุณภาพ (Critical to Quality) นั้นสำคัญมาก จะเปลี่ยนแปลงอะไร จึงต้องคิดถึงคุณภาพด้วย    ตัวอย่างเช่น คนไปซื้อของที่บิ๊กซี โลตัส ลูกค้าแคร์ในเรื่องของราคา สถานที่ไม่มีการจัดวางเรียงสินค้าที่น่าดู แต่ราคาต้องแตกต่างจากห้างสรรพสินค้าทั่วไป แสดงว่าลูกค้าให้ความสำคัญในเรื่องสินค้าที่ราคาถูก

       2.Value Commitment พร้อมจะทำอะไรเหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความหมาย บุคลากร วินัย การทุ่มเทอย่างจริงจัง และการลงทุน โดยทำจริงไม่โกหก มีความโดดเด่น

      3. Enterprise Design การออกแบบโครงสร้างองค์กร โดยสร้างและปรับปรุงองค์กร หากตั้งใจจะรับใครเข้ามาทำงาน ภายในองค์กร ให้เอาคุณค่า (Value) มาเป็นแนวทางในการออกแบบองค์กรที่จะให้แก่ลูกค้าด้วย โดยพึงระลึกไว้เสมอว่า มีแผนกที่ขาด ดีกว่าใส่คนผิดเข้าไปในระบบ

       กระบวนการสร้างคุณค่า (Value Creation Process) ที่จะประสบผลสำเร็จได้ ต้องเกิดขึ้นจากว่าผู้บริหาร สามารถเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยประสบความสำเร็จมาในอดีตเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ที่เกิดขึ้น  ทั้งต้องระลึกเสมอว่า ในยุคข้อมูลข่าวสารนี้ผู้บริโภคมีความรู้ความฉลาดมากขึ้น การรับรู้ข่าวสารจากหลายสื่อได้อย่างรวดเร็ว   ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ จึงควรใส่ใจฟังลูกค้าบ้าง และอย่าลืมที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น รวดเร็ว ก่อนถึงมือลูกค้า

ที่มา : http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2005q3/article2005sep02p13

 

สอบถามบัญชี โทร 081-903-9321 , สอบถามงานจดทะเบียนบริษัท โทร 081-753-4070